EQ Reflection

แบบสำรวจทักษะอารมณ์ 40 ข้อ

สำรวจพฤติกรรมที่คุณรับรู้ว่าตัวเองใช้ในการสังเกต เข้าใจ นำข้อมูลอารมณ์มาคิด และกำกับการตอบสนอง

40 ข้อประมาณ 7–10 นาทีบันทึกคำตอบอัตโนมัติ

แบบสำรวจนี้วัดอะไร

หน้านี้เป็น EQ Reflection แบบ self-report จึงสะท้อนพฤติกรรมที่คุณมองเห็นในตัวเอง ไม่ได้วัดความสามารถทางอารมณ์โดยตรงและไม่มีคำตอบถูก–ผิด ผลรายมิติไม่รวมเป็นคะแนน EQ รวม แต่ละมิติอาจเปลี่ยนตามบริบท ความเครียด สุขภาพ และประสบการณ์

คำถามภาษาไทยทั้งหมดเขียนขึ้นใหม่สำหรับ MyTypeQuest ไม่ใช่ MSCEIT, EQ-i, SREIT หรือแบบประเมินเชิงพาณิชย์อื่น และยังไม่มีค่าบรรทัดฐานหรือผล validation ที่เผยแพร่

Perceive · สังเกตและระบุอารมณ์สังเกตสัญญาณจากความรู้สึก ร่างกาย น้ำเสียง และบริบทก่อนรีบสรุป
Understand · เข้าใจที่มาและการเปลี่ยนแปลงทบทวนสาเหตุ ความต้องการ อารมณ์ที่ปะปน และแนวโน้มที่ความรู้สึกจะเปลี่ยนไป
Integrate · ใช้ข้อมูลอารมณ์ประกอบการคิดนำข้อมูลอารมณ์มาช่วยเลือกจังหวะ มุมมอง การตัดสินใจ และการสื่อสาร
Regulate · กำกับและฟื้นสมดุลเว้นจังหวะ เลือกวิธีตอบสนอง สื่อสารขอบเขต และกลับมาดำเนินชีวิตต่อ

วิธีตอบ

  • นึกถึงพฤติกรรมที่เกิดซ้ำในช่วง 6–12 เดือนที่ผ่านมา ไม่ใช่วันที่ดีที่สุดหรือแย่ที่สุดเพียงวันเดียว
  • ตอบจากสิ่งที่มักทำจริง ไม่ใช่สิ่งที่รู้ว่าควรทำ
  • ถ้าขึ้นอยู่กับสถานการณ์มาก ให้เลือก 3 แทนการเดาว่าตัวเองมี EQ สูงหรือต่ำ
1 = ไม่ตรงเลย2 = ค่อนข้างไม่ตรง3 = ก้ำกึ่ง / ขึ้นอยู่กับสถานการณ์4 = ค่อนข้างตรง5 = ตรงมาก

ตอบคำถาม

ตอบแล้ว 0 / 400%
1. เมื่ออารมณ์เริ่มเปลี่ยน คุณมักสังเกตความรู้สึกนั้นก่อนที่มันจะกำหนดคำพูดหรือการกระทำ
2. เมื่อรู้สึกไม่สบายใจ คุณมักทบทวนว่าเหตุการณ์ ความคิด หรือความต้องการใดอาจเกี่ยวข้อง
3. ก่อนตัดสินใจเรื่องสำคัญ คุณมักนำทั้งข้อเท็จจริงและผลกระทบทางอารมณ์มาพิจารณาร่วมกัน
4. เมื่ออารมณ์แรง คุณมักเว้นจังหวะก่อนเลือกว่าจะตอบสนองอย่างไร
5. ระหว่างสนทนา คุณมักสังเกตการเปลี่ยนแปลงของน้ำเสียง จังหวะ หรือท่าทีของอีกฝ่าย
6. เมื่อมีหลายความรู้สึกพร้อมกัน คุณมักค่อย ๆ ทบทวนว่าแต่ละความรู้สึกเกี่ยวข้องกับเรื่องใด
7. คุณมักเลือกเวลาพูดเรื่องยากโดยดูทั้งความเร่งด่วนและความพร้อมทางอารมณ์ของผู้เกี่ยวข้อง
8. เมื่อเครียด คุณมักเลือกวิธีช่วยตัวเองที่เหมาะกับสถานการณ์ เช่น พัก ขยับร่างกาย เขียน หรือคุยกับคนที่ไว้ใจ
9. คุณมักสังเกตสัญญาณทางร่างกาย เช่น ความตึง จังหวะหายใจ หรือพลังงานที่เปลี่ยนไปควบคู่กับอารมณ์
10. เมื่อเกิดความรู้สึกหนึ่ง คุณมักทบทวนว่าส่วนใดเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงและส่วนใดเกี่ยวข้องกับการตีความของตัวเอง
11. เมื่ออารมณ์ดึงความสนใจไปที่เรื่องหนึ่ง คุณมักถามว่ามันกำลังชี้ข้อมูลอะไรที่ยังไม่ได้พิจารณา
12. เมื่อผิดหวัง คุณมักให้เวลาตัวเองปรับตัวแล้วค่อยกลับไปทำสิ่งที่จำเป็นต่อ
13. เมื่อคำพูดกับน้ำเสียงของใครบางคนไม่สอดคล้องกัน คุณมักสังเกตความไม่ตรงนั้นก่อนตีความ
14. คุณมักมองเห็นรูปแบบว่าเหตุการณ์แบบใดกระตุ้นอารมณ์บางอย่างซ้ำ ๆ ในตัวเอง
15. เมื่อวางแผนร่วมกับคนอื่น คุณมักคำนึงว่าบรรยากาศหรือความกังวลของทีมอาจส่งผลต่อการลงมืออย่างไร
16. เมื่อไม่เห็นด้วย คุณมักอธิบายความรู้สึกและความต้องการโดยพยายามไม่กล่าวโทษอีกฝ่าย
17. คุณมักหยุดตรวจว่าความรู้สึกที่เรียกว่า “เครียด” ใกล้กับกังวล โกรธ ผิดหวัง เหนื่อย หรืออย่างอื่นมากกว่า
18. เมื่ออารมณ์ของคนอื่นเปลี่ยน คุณมักพิจารณาหลายสาเหตุก่อนสรุปว่าเกี่ยวกับตัวเอง
19. คุณมักใช้ความรู้สึกสงบ ตื่นตัว หรืออยากรู้อยากเห็นช่วยเลือกวิธีคิดที่เหมาะกับงานตรงหน้า
20. เมื่อสถานการณ์ยังแก้ไม่ได้ทันที คุณมักอยู่กับความไม่สบายใจได้โดยไม่ต้องรีบทำบางอย่างให้มันหายไป
21. ระหว่างความขัดแย้ง คุณมักสังเกตว่าความเข้มของอารมณ์ตัวเองกำลังเพิ่ม ลด หรือคงที่
22. คุณมักพิจารณาว่าความรู้สึกของตัวเองเกี่ยวข้องกับคุณค่า ขอบเขต หรือสิ่งที่ให้ความสำคัญอย่างไร
23. เมื่อต้องอธิบายเรื่องสำคัญ คุณมักปรับทั้งเนื้อหาและน้ำเสียงให้ผู้ฟังรับข้อมูลได้จริง
24. เมื่อรู้ว่าตัวเองยังไม่พร้อมคุย คุณมักขอพักพร้อมบอกว่าจะกลับมาคุยต่อเมื่อใด
25. คุณมักสังเกตว่าบรรยากาศของกลุ่มกำลังผ่อนคลาย ตึงเครียด สับสน หรือกระตือรือร้น
26. เมื่ออารมณ์เปลี่ยนตามเวลา คุณมักทบทวนได้ว่าข้อมูลหรือมุมมองใดทำให้มันเปลี่ยน
27. ก่อนตอบสนองต่ออีกฝ่าย คุณมักลองมองสถานการณ์จากข้อมูลและความรู้สึกที่เขาอาจกำลังเผชิญ
28. เมื่อรับฟังคนที่กำลังทุกข์ คุณมักสนับสนุนเขาโดยไม่รับภาระตัดสินใจแทนทั้งหมด
29. เมื่อความคิดวนซ้ำ คุณมักตรวจว่ามีอารมณ์ใดกำลังทำให้เรื่องนั้นเด่นขึ้นมา
30. คุณมักแยกความรู้สึกระยะสั้นออกจากความต้องการหรือปัญหาที่ต้องจัดการในระยะยาว
31. เมื่อมีข้อมูลขัดกัน คุณมักใช้ทั้งเหตุผลและสัญญาณทางอารมณ์ตั้งคำถามเพิ่มเติมก่อนสรุป
32. คุณมักตั้งขอบเขตเมื่อการช่วยคนอื่นเริ่มกระทบพลัง เวลา หรือความรับผิดชอบของตัวเองมากเกินไป
33. คุณมักรู้ว่าอารมณ์ตัวเองเปลี่ยนไปก็ต่อเมื่อพูดหรือทำบางอย่างออกไปแล้ว
34. เมื่ออารมณ์เกิดขึ้น คุณมักมองว่ามันไม่มีที่มาที่พอจะทบทวนหรือทำความเข้าใจได้
35. คุณมักกันข้อมูลทางอารมณ์ออกจากการตัดสินใจทั้งหมด แม้มันอาจกระทบการร่วมมือของผู้เกี่ยวข้อง
36. คุณมักเก็บความไม่พอใจไว้โดยไม่จัดการ จนมันออกมาแรงกว่าที่ตั้งใจ
37. คุณมักไม่สังเกตว่าบรรยากาศของวงเปลี่ยนไป จนกว่าจะมีคนบอกตรง ๆ
38. เมื่อรู้สึกแย่ คุณมักเรียกทุกอย่างรวม ๆ ว่าเครียดโดยไม่ทบทวนความแตกต่างของความรู้สึก
39. เมื่ออารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้อง คุณมักรีบตัดสินว่าอารมณ์นั้นรบกวนเหตุผลและไม่มีข้อมูลที่ควรฟัง
40. เมื่อไม่สบายใจ คุณมักต้องตอบโต้หรือแก้สถานการณ์ทันทีเพื่อให้ความรู้สึกนั้นหยุดลง

คะแนนแนวโน้มจากคำตอบของคุณ

คะแนนทั้ง 4 มิติ

วิธีอ่านผล

คะแนน 0–100 เป็นช่วงภายในแบบสำรวจ ไม่ใช่เปอร์เซ็นไทล์ ไม่ใช่ IQ หรือ EQ score และคะแนนสูงไม่ได้ยืนยันว่าคุณใช้ทักษะนั้นได้ถูกต้องในทุกสถานการณ์

ผลนี้ไม่ใช้วินิจฉัยสุขภาพจิต ประเมินความเหมาะสมในการทำงาน หรือแทน feedback จากคนที่เห็นพฤติกรรมของคุณในสถานการณ์จริง