Methodology

วิธีทำงานของแบบทดสอบ

หน้านี้อธิบายภาพรวมตามโค้ดที่ใช้งานจริง เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจว่าแต่ละแบบทดสอบถามอะไร คำนวณผลอย่างไร เก็บข้อมูลไว้ที่ไหน และควรตีความผลในระดับใด

Quick Quest 4 ข้อทำงานอย่างไร

  • มีคำถามแบบบังคับเลือก 4 ข้อ ข้อละ 2 คำตอบ โดยใช้หนึ่งข้อแทนแต่ละแกน E/I, N/S, T/F และ J/P
  • ระบบนำตัวเลือกทั้ง 4 ข้อมาต่อเป็นตัวอักษร 4 ตัวโดยตรง ไม่มีคะแนนความมั่นใจหรือเกณฑ์ผลสูสี เพราะแต่ละแกนมีข้อมูลเพียงหนึ่งคำตอบ
  • ผล Quick Quest เป็นทิศทางตั้งต้นแบบ provisional เท่านั้น ไม่ถูกนำไปใส่ใน Personality Code แบบฟันธง และควรทำแบบ MBTI 4 แกน 32 ข้อต่อเพื่อดูแต่ละแกนละเอียดขึ้น
  • เวอร์ชันปัจจุบันคือ question set quick-quest-v2 และ algorithm quick-forced-choice-v2 คำตอบและผลเก็บในเบราว์เซอร์ด้วย localStorage key mtqQuickQuestAnswersV1 และ mtqQuickQuestResult

แบบทดสอบ MBTI 4 แกน 32 ข้อทำงานอย่างไร

  • มีคำถาม 32 ข้อ แบ่งเท่ากันตาม 4 แกน E/I, N/S, T/F และ J/P แกนละ 8 ข้อ โดยแต่ละฝั่งของแกนมี 4 ข้อ
  • ทุกข้อตอบด้วยสเกล 1-5 จาก “ไม่ใช่เลย” ถึง “ใช่มาก” ระบบรวมคะแนนของตัวอักษรแต่ละฝั่งแยกกัน แล้วใช้ฝั่งที่ได้คะแนนสูงกว่าเป็นแนวโน้มของแกนนั้น
  • สถานะของแต่ละแกนใช้ส่วนต่างคะแนนดิบระหว่างสองฝั่ง: 0-2 = สูสีและแสดง X, 3-5 = เอนเล็กน้อย, 6-8 = ค่อนข้างชัด และตั้งแต่ 9 = ชัดมากในคำตอบชุดนี้
  • ค่าเปอร์เซ็นต์ของแกนคำนวณจากคะแนนฝั่งที่นำหารด้วยคะแนนรวมของทั้งสองฝั่ง ไม่ใช่ population percentile และไม่ได้หมายถึงความสามารถของตัวอักษรนั้น
  • ชุดคำถามปัจจุบันอ้างอิง question set letter-v2 และ algorithm letter-v2-compatible
  • คำตอบถูกบันทึกในเบราว์เซอร์ด้วย localStorage key mtqLetterAnswersV2 และผลเก็บใน mtqLetterResult เพื่อใช้เปรียบเทียบกับ Cognitive Functions ในขั้นถัดไป
  • ผลลัพธ์ใช้เป็นแนวโน้มจากกรอบ MBTI 4 แกน ไม่ใช่การรับรองว่าเป็นไทป์สุดท้าย โดยเฉพาะแกนที่แสดง X ควรอ่านร่วมกับคะแนน Cognitive Functions

แบบทดสอบ Cognitive Functions

  • มีคำถาม 48 ข้อ แบ่งเป็น 8 functions ฟังก์ชันละ 6 ข้อ: Ni, Ne, Si, Se, Ti, Te, Fi และ Fe
  • ทุกข้อตอบ 1-5 คะแนน คะแนนดิบของแต่ละฟังก์ชันจึงอยู่ในช่วง 6-30 เมื่อทำครบ
  • เปอร์เซ็นต์คำนวณด้วย Math.round((คะแนนดิบ ÷ 30) × 100) ช่วงที่แสดงจึงเป็น 20-100% และการตอบ 3 ทุกข้อของฟังก์ชันหนึ่งจะได้ 18/30 หรือ 60%
  • คะแนนทั้ง 8 สเกลคำนวณแยกกัน จึงไม่ต้องรวมเป็น 100% ไม่ใช่ population percentile และไม่ใช่คะแนนทักษะหรือความสามารถ
  • ระบบสร้างลำดับคำถามแบบสุ่มที่กระจายฟังก์ชันทั้ง 8 โดยไม่วางคำถามของฟังก์ชันเดียวกันติดกัน แล้วรวมคะแนนกลับเข้าฟังก์ชันเดิม
  • หน้าผลแสดงคะแนนครบทั้ง 8 โดยจัดเป็นฟังก์ชันรับข้อมูล Ni, Ne, Si, Se และฟังก์ชันตัดสินใจ Fi, Fe, Ti, Te ไม่ได้นำสี่คะแนนสูงสุดมาต่อเป็น Function Stack โดยตรง
  • การจัดอันดับไทป์เปรียบเทียบคะแนนกับ Function Stack ที่กำหนดไว้ของทั้ง 16 ไทป์ โดยให้น้ำหนักตำแหน่ง Dominant, Auxiliary, Tertiary และ Inferior เท่ากับ 1, 0.78, 0.5 และ 0.28 ตามลำดับ
  • หากมีผล MBTI 4 แกนที่อ่านได้ ระบบผสมคะแนนความสอดคล้องจาก Functions 70% กับผลตัวอักษร 30% แล้วแสดง 3 ไทป์ที่สอดคล้องสูงสุด หากไม่มีผล 4 แกน ผู้ใช้ยังดูผล Functions แบบ standalone ได้ตามปกติ
  • เวอร์ชันปัจจุบันไม่มีเกณฑ์แบ่งคะแนนเป็นสูง กลาง ต่ำ สูสี หรือชัด จึงไม่ควรนำ threshold จากแบบทดสอบอื่นมาใช้แทน
  • เวอร์ชันปัจจุบันคือ question set function-v11 และ algorithm function-v11-compatible คำตอบและผลลัพธ์ถูกบันทึกในเบราว์เซอร์ด้วย localStorage key mtqFunctionAnswersV11, mtqFunctionQuestionOrderV11 และ mtqFunctionResult
  • หน้าผลลัพธ์อ่านค่า mtqLetterResult และ mtqFunctionResult เพื่อช่วยเทียบไทป์ที่เป็นไปได้
  • ผลลัพธ์เป็นแนวโน้มเพื่อสำรวจตัวเอง แบบทดสอบยังไม่มีผลการตรวจสอบความเชื่อมั่นและความตรงทางจิตมิติที่เผยแพร่ต่อสาธารณะ ไม่ใช่เครื่องมือวินิจฉัยทางคลินิก และไม่ควรใช้ตัดสินความสามารถหรือคุณค่าของใคร

Deep Quest 32+48 ข้อทำงานอย่างไร

  • Deep Quest ไม่ใช่แบบคำถามชุดใหม่ แต่เป็นเส้นทางที่ให้ทำ MBTI 4 แกน 32 ข้อก่อน แล้วทำ Cognitive Functions 48 ข้อ รวม 80 ข้อ
  • ระบบใช้ผลจาก mtqLetterResult และ mtqFunctionResult ชุดเดียวกับหน้าทดสอบทั้งสอง ไม่คัดลอกคำตอบไปคำนวณด้วยสูตรอีกชุด
  • สถานะความคืบหน้าของ Deep Quest มีอายุ 45 วัน แต่คำตอบของแบบ 32 และ 48 ข้อยังอยู่ใน localStorage ของแบบนั้นจนกว่าผู้ใช้จะกดล้างข้อมูล ล้างข้อมูลเว็บไซต์ หรือเบราว์เซอร์ลบข้อมูลออก
  • สถานะเส้นทางเก็บใน localStorage key mtqDeepQuestStateV1 ส่วนจำนวนข้อและสูตรคะแนนยังอ้างอิงจากแบบ 32 และ 48 ข้อโดยตรง
  • เมื่อมีผลครบทั้งสองส่วน หน้าผลรวมใช้อัลกอริทึม combined-v1-compatible จัดอันดับไทป์ด้วยน้ำหนัก Functions 70% และตัวอักษร 30% พร้อมแสดง Top 3 และข้อความเตือนเมื่ออันดับใกล้กันหรือแกนตัวอักษรมี X

แบบทดสอบ Enneagram 45 ข้อทำงานอย่างไร

  • มีคำถาม 45 ข้อ แบ่งเป็น 9 Type โดยแต่ละ Type มี 5 ข้อ คะแนนเต็ม 25 เท่ากัน
  • ทุกข้อตอบ 1-5 คะแนน ชุดคำถามเวอร์ชัน enneagram-test-v2 ไม่มีข้อกลับทิศ คะแนนดิบของแต่ละ Type จึงอยู่ในช่วง 5-25 เมื่อทำครบ
  • เปอร์เซ็นต์คำนวณด้วยสูตร (คะแนนดิบ ÷ 25) × 100 ช่วงที่แสดงจริงจึงอยู่ที่ 20-100% และไม่ใช่ population percentile หรือความน่าจะเป็นที่จะเป็น Type นั้น
  • ระบบรวมคะแนนแยกตาม Type แล้วแสดง Top 3 เพื่อให้ผู้ใช้เปรียบเทียบแรงขับที่ใกล้กัน ไม่ใช่จัดอันดับคุณค่าของตัวตน
  • Wing คำนวณจากเลขข้างเคียงของ Type หลักเท่านั้น เช่น Type 5 มี wing ที่เป็นไปได้คือ 4 หรือ 6
  • ถ้าอันดับต้น ๆ คะแนนห่างกันไม่เกิน 2 คะแนน ระบบจะแสดงเป็นผลสูสีเพื่อเตือนว่าไม่ควรฟันธงจากคะแนนสูงสุดเลขเดียว
  • กลุ่มคะแนนสูสีที่แสดงถูกจำกัดไว้สูงสุด 3 Type หากมี Type อื่นอยู่ห่างคะแนนสูงสุดไม่เกิน 2 คะแนน ผู้ใช้ควรตรวจคะแนนทั้ง 9 Type ร่วมด้วย
  • สถานะผลใช้ช่องว่างคะแนนดิบ: 0-2 = สูสี, 3-4 = ค่อนข้างใกล้, ตั้งแต่ 5 = คะแนนนำชัดตามเกณฑ์เว็บไซต์
  • เมื่อคะแนนเลขนำไม่สูสี ระบบเปรียบเทียบคะแนน Wing สองฝั่ง หากห่างไม่เกิน 2 คะแนนจะแสดงสองตัวเลือก และหากห่างตั้งแต่ 3 คะแนนจะแสดงฝั่งที่สูงกว่า การคำนวณนี้ไม่ได้ยืนยันความแรงของ Wing เมื่อเทียบกับ Core
  • Top 3 เป็นฟีเจอร์จัดผลของ MyTypeQuest ไม่ใช่ Trifix estimate หรือ Tritype® โดยอัตโนมัติ
  • เวอร์ชันปัจจุบันคือ question set enneagram-test-v2 และ algorithm enneagram-45-balanced-v2
  • คำตอบและผลลัพธ์ถูกบันทึกใน browser ด้วย localStorage key เช่น mtqEnneagramAnswersV2 และ mtqEnneagramResultV2
  • ผลลัพธ์เป็นแนวโน้มเพื่อใช้เริ่มอ่านต่อ แบบทดสอบยังไม่มีผลการตรวจสอบความเชื่อมั่นและความตรงทางจิตมิติที่เผยแพร่ต่อสาธารณะ ไม่ใช่เครื่องมือวินิจฉัยทางคลินิก และไม่ควรใช้ตัดสินความสามารถหรือคุณค่าของใคร

แบบทดสอบ Instinctual Variant 36 ข้อทำงานอย่างไร

  • มีคำถาม 36 ข้อ แบ่งเป็น Self-preservation (sp), Social (so) และ Attraction / Intensity (sx) ด้านละ 12 ข้อ โดยทุกด้านมีข้อกลับทิศ 4 ข้อเพื่อลดการตอบเห็นด้วยทุกข้อ
  • ระบบกลับคะแนนข้อ reverse ด้วยสูตร 6 – คำตอบ แล้วรวมคะแนนแยกสามด้าน คะแนนดิบของแต่ละด้านอยู่ในช่วง 12-60 เมื่อทำครบ
  • เปอร์เซ็นต์คำนวณด้วย Math.round(((คะแนนดิบ – 12) ÷ 48) × 100) จึงแสดงในช่วง 0-100% และเป็นคะแนนภายในช่วงของแบบทดสอบ ไม่ใช่ population percentile คะแนนทั้งสามด้านไม่จำเป็นต้องรวมเป็น 100%
  • ถ้าอันดับหนึ่งและสองห่างกันไม่เกิน 2 คะแนน ระบบจะแสดง candidate stack สองลำดับ เช่น sp/so หรือ so/sp และไม่ใส่ลำดับเดียวลง Personality Code แบบฟันธง
  • ถ้าอันดับหนึ่งและสองห่าง 3-5 คะแนน ระบบแสดงลำดับเดียวและสถานะ slight; ถ้าห่างตั้งแต่ 6 คะแนน ระบบแสดงลำดับเดียวและสถานะ clear เกณฑ์ทั้งหมดใช้ช่องว่างคะแนนดิบก่อนแปลงเปอร์เซ็นต์
  • ระบบเรียกอันดับสามว่า blind spot เฉพาะเมื่อคะแนนอันดับสองห่างจากอันดับสามอย่างน้อย 6 คะแนนตาม algorithm version ปัจจุบัน
  • เวอร์ชันปัจจุบันคือ question set instinct-test-v1 และ algorithm instinct-gap-v1
  • คำตอบและ source result อยู่ใน browser ด้วย localStorage key mtqInstinctAnswersV1 และ mtqInstinctResultV1 ส่วน mtqPersonalityProfileV1 เก็บเฉพาะรหัสและคะแนนสรุป ไม่มีคำตอบรายข้อ
  • แบบทดสอบวัดกรอบแนวคิด Enneagram instincts เพื่อการสำรวจตัวเอง ไม่ใช่แบบวัดทางคลินิก และ sx ไม่ได้หมายถึงพฤติกรรมทางเพศเพียงอย่างเดียว

Trifix estimate ทำงานอย่างไร

  • ระบบใช้คะแนน Enneagram เดิมทั้ง 9 เลขและเลือกคะแนนนำจาก Heart (2, 3, 4), Head (5, 6, 7) และ Gut (8, 9, 1) จึงไม่เพิ่มคำถามซ้ำอีกชุด
  • อัลกอริทึม trifix-three-center-v1 ใช้คะแนนดิบ: ภายในแต่ละศูนย์เก็บทุกเลขที่ห่างคะแนนนำไม่เกิน 2 คะแนนเป็น candidate และถือว่า Core ยังสูสีเมื่อมีมากกว่าหนึ่งเลขอยู่ภายในช่องว่างเดียวกัน
  • เมื่อ Enneagram Core ชัด ระบบวาง Core ไว้ตัวแรก แล้วเรียง fix จากอีกสองศูนย์ตามคะแนนดิบ เช่น Core 6, Heart 4 และ Gut 1 จะได้ค่าประมาณ 641 หากคะแนน fix เท่ากันจะใช้เลขที่น้อยกว่าก่อนเพื่อให้ลำดับแสดงผลทำซ้ำได้
  • ระบบสร้างชุดผสมจาก candidate ของสองศูนย์ที่ไม่ใช่ Core เมื่อ Core ชัด ถ้ามี 1-3 ชุดจะแสดง candidate code และถ้ามากกว่า 3 ชุดจะแสดงรายชื่อ candidate แยกตาม Center แทน
  • ถ้าคะแนนภายในศูนย์ใดห่างกัน 0-2 คะแนน หรือ Enneagram Core ยังสูสี ระบบจะไม่สรุป Trifix เลขเดียว ช่องว่างตั้งแต่ 3 คะแนนเพียงผ่านเกณฑ์อัลกอริทึม ไม่ได้ยืนยันความแน่นอนของผล
  • การเรียง Core ก่อนและเรียงอีกสอง fix ตามคะแนนเป็นกติกานำเสนอของ MyTypeQuest อาจต่างจากธรรมเนียม Trifix บางแหล่ง และผลนี้ไม่ใช่ Tritype® assessment หรือ archetype
  • ผลทุกกรณีเก็บ estimate=true และ confirmed=false และยังไม่รวมใน Personality Code แบบสั้นจนกว่าจะมีขั้นตอนให้ผู้ใช้ยืนยัน

Personality Code ประกอบรหัสอย่างไร

  • personality-profile-v1 อ่าน source result ที่บันทึกใน browser แล้วต่อเฉพาะ resultCode ของ MBTI, Enneagram และ Instinct ตามลำดับ โดยไม่คำนวณ threshold ความชัดขึ้นใหม่ในขั้นประกอบรหัส
  • Quick Quest เป็น provisional และไม่มี resultCode สำหรับรหัสสั้น ส่วน MBTI ที่สูสีจะแสดง candidate ผ่าน displayCode แต่ไม่ถูกเลือกหนึ่งไทป์ลงรหัส
  • Enneagram ที่ Core ชัดและ Wing ชัดอาจส่ง resultCode เช่น 6w5 หาก Wing สูสีแต่ Core ชัดจะส่งเฉพาะ 6 และหาก Core สูสีจะยังไม่มี resultCode
  • Instinct ที่มีลำดับเดียวอาจส่ง resultCode เช่น sp/so หากอันดับสูสีและมีหลาย candidate จะยังไม่มี resultCode สำหรับนำมาต่อ
  • Trifix estimate แสดงเป็นหมวดข้อมูลในโปรไฟล์แต่ยัง confirmed=false และไม่รวมในรหัสสั้น ส่วน Big Five/SLOAN ยังไม่เปิดใช้งานใน personality-profile-v1
  • ข้อมูลสรุปกลางใช้ localStorage key mtqPersonalityProfileV1 และไม่เก็บคำตอบรายข้อ แต่ source answer/result ของแต่ละแบบทดสอบยังอยู่ใน key ที่แบบทดสอบนั้นเป็นเจ้าของจนกว่าผู้ใช้จะล้างข้อมูล

การบันทึกและล้างข้อมูล

  • คำตอบและผลของแบบทดสอบทั้งหมดในเส้นทางปัจจุบันเก็บด้วย localStorage ในเบราว์เซอร์และอุปกรณ์ที่ใช้ทำ แบบทดสอบจึงกลับมาทำต่อได้บนเบราว์เซอร์และอุปกรณ์เดิม แต่ข้อมูลไม่ย้ายตามผู้ใช้ไปยังอุปกรณ์อื่น
  • หากข้อมูลเก่าหรือ JSON เสีย หน้า MBTI 32 ข้อและ Cognitive Functions จะกู้เฉพาะค่าที่อ่านได้และอยู่ในช่วงที่ถูกต้อง ส่วนข้อมูลที่ใช้ไม่ได้จะถูกละทิ้งเพื่อให้เริ่มต่อได้
  • ปุ่มล้างคำตอบ เริ่มใหม่ และล้างผลทั้งหมดจะแสดงกล่องยืนยันก่อนลบข้อมูลที่เกี่ยวข้องออกจาก localStorage

การตีความผล

  • ระบบแสดงแนวโน้มและเหตุผลประกอบ เพื่อให้ผู้อ่านกลับไปอ่านหน้าไทป์หรือฟังก์ชันที่เกี่ยวข้อง
  • คำว่า “เป็นไปได้”, “แนวโน้ม” และ “ควรเปรียบเทียบต่อ” เป็นส่วนสำคัญของวิธีนำเสนอผล
  • คะแนนที่สูงกว่าแปลว่าคำตอบชุดนี้สอดคล้องกับข้อความของสเกลนั้นมากกว่า ไม่ได้แปลว่าไทป์ ฟังก์ชัน หรือแรงขับนั้นดีกว่า มีคุณค่ากว่า หรือมีความสามารถมากกว่า

ข้อจำกัดของ methodology

  • ยังไม่อ้างว่า validated, แม่นที่สุด หรือใช้แทนผู้เชี่ยวชาญได้
  • สภาพแวดล้อม อารมณ์ บทบาท และประสบการณ์ชีวิตอาจทำให้คำตอบเปลี่ยนได้
  • ควรใช้ผลลัพธ์เป็นจุดเริ่มต้นสำหรับอ่านต่อและสังเกตตัวเอง